ค้นหาข้อมูลและเอกสาร ล้างตัวกรอก

ระเบียบสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งของ ประธานกรรมการ กรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒

วันประกาศ : 17 กันยายน 2562
วันใช้บังคับ : 17 กันยายน 2562
สถานะ : มีผลบังคับใช้
ประเภท : ระเบียบ

ดาวน์โหลดเอกสาร

  • ระเบียบสรรหา_กสว.

ระเบียบสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งของ ประธานกรรมการ กรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒

โดยที่พระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อทำหน้าที่เสนอแนะต่อสภานโยบายในการจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ การกำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำคำของบประมาณและการจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม บริหารกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และดำเนินการอื่นเพื่อสนับสนุนส่งเสริม การพัฒนาระบบวิจัยและนวัตกรรม และให้สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง และการพ้นจากตำแหน่ง ของประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๑ (๙) และมาตรา ๔๐ แห่งพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบกับคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๖๖/๒๕๖๒ เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมายและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ และมติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติจึงวางระเบียบไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการ กรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
“สภานโยบาย” หมายความว่า สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
แห่งชาติ
“กสว.” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและ
นวัตกรรม
“กรรมการผู้แทนหน่วยงาน” หมายความว่า กรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรมซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมที่สังกัดกระทรวงซึ่งมิใช่สถาบันอุดมศึกษา
และที่ไม่สังกัดกระทรวง
“กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า กรรมการในคณะกรรมการส่งเสริม
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยงานจากสถาบันอุดมศึกษาซึ่งได้รับงบประมาณวิจัยและ
นวัตกรรม
“กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ” หมายความว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริม
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นบุคคลผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและความสามารถเป็นที่ประจักษ์
ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านสังคมศาสตร์ หรือด้านมนุษยศาสตร์
“คณะอนุกรรมการสรรหา” หมายความว่า คณะอนุกรรมการสรรหาที่ทำหน้าที่สรรหา
ประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อ
ดำรงตำแหน่ง กสว. ซึ่งแต่งตั้งขึ้นตามระเบียบนี้
“สกสว.” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
“กระทรวง” หมายความว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ
นวัตกรรม
ข้อ ๔ ให้รัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับ
การปฏิบัติตามระเบียบ รวมทั้งมีอำนาจออกคำสั่งหรือประกาศเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ข้อ ๕ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับการสรรหาประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน
กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กสว. ดังต่อไปนี้
(๑) ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์
อย่างสูงในด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยหรือนวัตกรรมตามข้อเสนอของสภานโยบาย
(๒) กรรมการซึ่งผู้แทนหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมที่มิได้สังกัดกระทรวง เลือกกันเอง
จำนวน ๑ คน
(๓) กรรมการซึ่งผู้แทนหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมที่สังกัดกระทรวง ซึ่งมิใช่
สถาบันอุดมศึกษาเลือกกันเอง จำนวน ๑ คน และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาซึ่งได้รับงบประมาณวิจัยและนวัตกรรม
เลือกกันเอง จำนวน ๑ คน

(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินสี่คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลผู้มีความรู้
ความเชี่ยวชาญและความสามารถเป็นที่ประจักษ์ด้านวิทยาศาสตร์ไม่เกิน ๒ คน ด้านสังคมศาสตร์จำนวน ๑ คน
และด้านมนุษยศาสตร์ จำนวน ๑ คน
ประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาและกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้แต่จะดำรง
ตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ข้อ ๖ ประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาและ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่เกินเจ็ดสิบห้าปี
(๓) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๔) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้
กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๖) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือ
หน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
(๗) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือ
ผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
ข้อ ๗ นอกเหนือจากคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ แล้ว บุคคล
ที่จะได้รับการสรรหาเป็นประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตามที่กำหนดไว้
ในมาตรา ๔๐ (๑) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒
ข้อ ๘ นอกจากการพ้นวาระการดำรงตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการ กรรมการผู้แทน
หน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรัฐมนตรีให้ประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่
มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
(๔) สภานโยบายมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการสภานโยบาย
ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ให้กรรมการผู้แทนหน่วยงาน หรือกรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาพ้นจากตำแหน่งเนื่องจาก
กระทำการหรือมีความประพฤติไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสว.
(๕)ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๖

ข้อ ๙ ให้ สกสว. เป็นหน่วยธุรการมีหน้าที่ประสานและสนับสนุนการดำเนินงาน
ของคณะอนุกรรมการสรรหา ในการสรรหาและแต่งตั้งประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการ
ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจนเสร็จสิ้น

ข้อ ๑๐ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่สรรหาเพื่อให้ได้มา
ซึ่งประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
โดยคณะอนุกรรมการสรรหาต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้าน
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือด้านสังคมศาสตร์ หรือด้านมนุษยศาสตร์ จำนวน ๕ คน ประกอบด้วย
(๑) ประธานอนุกรรมการสรรหา จำนวน ๑ คน
(๒) อนุกรรมการสรรหา จำนวน ๔ คน โดยอนุกรรมการสรรหาอย่างน้อย ๒ คน ต้องมาจาก
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน กสว. หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการซึ่งปฏิบัติหน้าที่ กสว. และต้องไม่เป็น
ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการโดยตำแหน่งใน กสว.
(๓) เจ้าหน้าที่ของ สกสว. จำนวน ๑ คน เป็นเลขานุการ
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการอาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของ สกสว. จำนวน ๑ คน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ด้วยก็ได้
ผู้เป็นอนุกรรมการหรือเลขานุการ จะต้องไม่เป็นผู้เข้ารับการสรรหาเป็นประธานกรรมการ
และกรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยในกรณีที่
อนุกรรมการหรือเลขานุการ เป็นผู้เข้ารับการสรรหาเป็นประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการ
ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นเหตุพ้นจากการเป็นอนุกรรมการสรรหาหรือเลขานุการ
ให้คณะอนุกรรมการสรรหาที่ได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งจนกว่ากระบวนการสรรหาบุคคล
เพื่อดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิครั้งนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์
ภายหลังการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหา หากมีเหตุให้อนุกรรมการสรรหาเหลือไม่ครบ
ตามจำนวน ให้คณะอนุกรรมการสรรหาที่เหลืออยู่ทำหน้าที่ดำเนินการสรรหาต่อไปได้ เว้นแต่คณะอนุกรรมการสรรหา
ที่เหลืออยู่มีจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งอนุกรรมการสรรหาเพิ่มเติมให้ครบตามจำนวน

กรณีประธานอนุกรรมการสรรหาไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด
ให้อนุกรรมการสรรหาที่เหลืออยู่เลือกอนุกรรมการสรรหาคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
ข้อ ๑๑ การประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
จึงจะครบองค์ประชุม
ข้อ ๑๒ ให้คณะอนุกรรมการสรรหาได้รับเบี้ยประชุมในอัตราเดียวกับคณะอนุกรรมการที่ กสว.
แต่งตั้ง
ข้อ ๑๓ การสรรหาประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบัน
อุดมศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการสรรหา
กรณีไม่อาจดำเนินการได้ภายในกำหนดเวลาในวรรคหนึ่ง ให้ประธานอนุกรรมการสรรหารายงาน
เหตุผลความจำเป็นต่อสภานโยบายเพื่อขอขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกิน ๖๐ วัน และหากดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
ภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้รายงานสภานโยบายทราบเพื่อพิจารณาแต่งตั้งหรือเสนอรายชื่อให้คณะรัฐมนตรี
แต่งตั้ง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๔ ให้คณะอนุกรรมการสรรหา มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้
(๑) ดำเนินการสรรหาให้เป็นไปตามระเบียบนี้
(๒) สรุปผลการสรรหาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบนี้เสนอต่อรัฐมนตรี
เพื่อพิจารณาและดำเนินการตามกระบวนการต่อไป
(๓) กำหนดแนวทางและรายละเอียดอื่นในการดำเนินการสรรหาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ในระเบียบนี้ และดำเนินการอื่นที่อยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการสรรหา
ตามที่จำเป็น เพื่อให้การสรรหาเป็นไปโดยโปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม

ข้อ ๑๕ ให้คณะอนุกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาประธานกรรมการ กรรมการผู้แทน
หน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามหลักเกณฑ์ขั้นตอนและวิธีการ ดังนี้
(๑) ให้คณะอนุกรรมการสรรหากำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวน ระยะเวลา วิธีการเสนอและ
รวบรวมรายชื่อ และรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาผู้ที่สมควรเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ
กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

(๒) การสรรหาประธานกรรมการ จำนวน ๑ คน
ให้คณะอนุกรรมการสรรหาแต่ละคนเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาเป็นประธานกรรมการ
ตามจำนวนที่เห็นสมควร
ให้คณะอนุกรรมการสรรหาแจ้งให้ กสว. หรือคณะกรรมการซึ่งปฏิบัติหน้าที่ กสว. ตามที่กฎหมาย
กำหนดเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาเป็นประธานกรรมการเพื่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกด้วย
ให้คณะอนุกรรมการสรรหาพิจารณาคัดเลือกรายชื่อแล้วทาบทามบุคคลดังกล่าวและจัดทำบัญชี
รายชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า ๒ รายชื่อ โดยจัดเรียงลำดับตามตัวอักษรเพื่อเสนอรัฐมนตรีพิจารณาคัดเลือกให้เหลือ
๑ รายชื่อ และเสนอต่อสภานโยบายพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งต่อไป สำหรับรายชื่อ
ที่เหลือให้จัดทำเป็นบัญชีสำรอง
(๓) การสรรหากรรมการผู้แทนหน่วยงานที่มิได้สังกัดกระทรวง จำนวน ๑ คน
ให้คณะอนุกรรมการสรรหากำหนดขั้นตอนและวิธีการเสนอชื่อ และจัดให้มีการประชุมผู้แทน
หน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมที่มิได้สังกัดกระทรวงเพื่อเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาเป็นกรรมการ
ผู้แทนหน่วยงานที่มิได้สังกัดกระทรวงตามระเบียบนี้ เพื่อให้ได้รายชื่อกรรมการผู้แทนหน่วยงานที่มิได้สังกัด
กระทรวง จำนวน ๑ รายชื่อ และบัญชีรายชื่อสำรองจำนวน ๒ รายชื่อ
ให้คณะอนุกรรมการสรรหาทำหน้าที่รวบรวมและจัดทำรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกและบัญชีรายชื่อ
สำรองโดยเรียงตามลำดับ แล้วรายงานผลต่อรัฐมนตรีเพื่อเสนอรายชื่อผู้ที่สมควรแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้แทน
หน่วยงานต่อสภานโยบายเพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป
(๔) การสรรหากรรมการผู้แทนหน่วยงานที่สังกัดกระทรวง ซึ่งมิใช่สถาบันอุดมศึกษา จำนวน
๑ คน
ให้คณะอนุกรรมการสรรหากำหนดขั้นตอนและวิธีการเสนอชื่อ และจัดให้มีการประชุมผู้แทน
หน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมที่สังกัดกระทรวง ซึ่งมิใช่สถาบันอุดมศึกษาเพื่อเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการ
สรรหาเป็นกรรมการผู้แทนหน่วยงานที่สังกัดกระทรวง ซึ่งมิใช่สถาบันอุดมศึกษา ตามระเบียบนี้ เพื่อให้ได้รายชื่อ
กรรมการผู้แทนหน่วยงานที่สังกัดกระทรวงซึ่งมิใช่สถาบันอุดมศึกษา จำนวน ๑ รายชื่อ และบัญชีรายชื่อสำรอง
จำนวน ๒ รายชื่อ
ให้คณะอนุกรรมการสรรหาทำหน้าที่รวบรวมและจัดทำรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกและบัญชีรายชื่อ
สำรองโดยเรียงตามลำดับ แล้วรายงานผลต่อรัฐมนตรีเพื่อเสนอรายชื่อผู้ที่สมควรแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้แทน
หน่วยงานต่อสภานโยบายเพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป
(๕) การสรรหากรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา จำนวน ๑ คน
ให้คณะอนุกรรมการสรรหากำหนดขั้นตอนและวิธีการเสนอชื่อ และจัดให้มีการประชุมผู้แทน
สถาบันอุดมศึกษาซึ่งได้รับงบประมาณวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาเป็นกรรมการ
ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาตามระเบียบนี้ เพื่อให้ได้รายชื่อกรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาจำนวน ๑ รายชื่อ และ
บัญชีรายชื่อสำรองจำนวน ๒ รายชื่อ

ให้คณะอนุกรรมการสรรหาทำหน้าที่รวบรวมและจัดทำรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกและบัญชีรายชื่อ
สำรองโดยเรียงตามลำดับ แล้วรายงานผลต่อรัฐมนตรีเพื่อเสนอรายชื่อผู้ที่สมควรแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้แทน
สถาบันอุดมศึกษาต่อสภานโยบายเพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป
(๖) การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้คณะอนุกรรมการสรรหาแต่ละคนเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาเป็น กรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิตามจำนวนที่เห็นสมควร
ให้คณะอนุกรรมการสรรหาแจ้งให้ กสว. หรือคณะกรรมการซึ่งปฏิบัติหน้าที่ กสว. ตามที่กฎหมาย
กำหนดเสนอชื่อผู้ที่สมควรได้รับการสรรหาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกด้วย
ให้คณะอนุกรรมการสรรหาพิจารณาคัดเลือกรายชื่อแล้วทาบทามบุคคลดังกล่าวและจัดทำบัญชี
รายชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า ๘ รายชื่อ โดยจัดเรียงลำดับตามตัวอักษรเพื่อเสนอรัฐมนตรีพิจารณาคัดเลือกให้เหลือ
๔ รายชื่อ เพื่อเสนอต่อสภานโยบายพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งต่อไป สำหรับรายชื่อ
ที่เหลือให้จัดทำเป็นบัญชีสำรอง
(๗) เมื่อดำเนินการสรรหาเสร็จสิ้นแล้ว ให้คณะอนุกรรมการสรรหาเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับ
การสรรหาและแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ กรรมการผู้แทนหน่วยงาน กรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา และ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพร้อมด้วยเอกสารข้อมูลประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์
และความเชี่ยวชาญในการทำงานโดยสังเขป แล้วรายงานผลต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
หรือสภานโยบายแล้วแต่กรณีแต่งตั้งต่อไป สำหรับรายชื่อที่เหลือให้จัดทำเป็นบัญชีรายชื่อสำรอง
โดยเรียงตามลำดับ
ทั้งนี้การแต่งตั้งกรรมการผู้แทนหน่วยงาน และกรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ให้จัดทำเป็น
คำสั่งสภานโยบาย โดยให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งพร้อมประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ข้อ ๑๖ กรณีประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ สกสว.
เสนอรัฐมนตรีพิจารณาเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชี
รายชื่อสำรอง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้ง โดยให้มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของ
ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งตนแทน

ข้อ ๑๗ กรณีกรรมการผู้แทนหน่วยงานและกรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้ สกสว. เสนอรัฐมนตรีพิจารณาเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งกรรมการผู้แทนหน่วยงานและกรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาจากบัญชีรายชื่อสำรอง เพื่อเสนอสภานโยบายพิจารณาแต่งตั้ง โดยให้มีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้แทนหน่วยงานและกรรมการผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาซึ่งตนแทน

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๒

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

รองนายกรัฐมนตรี

ประธานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ